เลือก BTU ให้พอดีกับห้อง ไม่ให้เปลืองไฟและไม่ให้ห้องชื้น
เผยแพร่ 21 สิงหาคม 2569 · โดย B&K Air Service
BTU น้อยไปห้องไม่เย็น BTU มากไปก็ไม่ได้ดีกว่า เพราะแอร์จะตัดบ่อยจนห้องชื้น มาดูวิธีคำนวณแบบง่าย ๆ
BTU คือหน่วยวัดความสามารถในการทำความเย็นของแอร์ การเลือกให้พอดีกับห้องสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะทั้งน้อยเกินและมากเกินต่างก็มีปัญหาคนละแบบ
ถ้า BTU น้อยเกินไป แอร์จะทำงานเต็มกำลังตลอดเวลาโดยที่ห้องไม่เคยเย็นถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ผลคือค่าไฟสูงและคอมเพรสเซอร์อายุสั้น ในทางกลับกัน ถ้า BTU มากเกินไป ห้องจะเย็นเร็วมากจนแอร์ตัดการทำงานก่อนที่จะดึงความชื้นออกจากอากาศได้ทัน ผลคือห้องเย็นแต่ชื้น รู้สึกเหนียวตัว และแอร์ตัด-ต่อบ่อยจนกินไฟกว่าที่ควร
สูตรคำนวณคร่าว ๆ ที่ใช้กันคือ พื้นที่ห้องเป็นตารางเมตร คูณด้วย 700 - 900 สำหรับห้องนอนหรือห้องที่ไม่โดนแดดมาก และคูณด้วย 800 - 1,000 สำหรับห้องนั่งเล่นหรือห้องที่โดนแดดบ่าย ตัวอย่างเช่นห้องนอนขนาด 4 x 4 เมตร เท่ากับ 16 ตารางเมตร คูณ 800 ได้ประมาณ 12,800 BTU ซึ่งควรเลือกเครื่องขนาด 12,000 - 13,000 BTU
แต่ตัวเลขนี้ยังต้องปรับตามปัจจัยอื่นด้วย ห้องที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแดดตะวันตก ห้องใต้หลังคาที่ไม่มีฉนวนกันความร้อน หรือห้องที่มีคนอยู่หลายคนประจำ ควรบวกเพิ่มอีกประมาณ 10 - 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนห้องที่อยู่ชั้นล่างมีร่มเงาและมีฉนวนดี อาจใช้ค่าต่ำสุดของช่วงได้
อีกเรื่องที่ควรพิจารณาคือระบบอินเวอร์เตอร์ แอร์อินเวอร์เตอร์ปรับรอบคอมเพรสเซอร์ได้ตามภาระจริง จึงไม่ตัด-ต่อบ่อยเหมือนแอร์ธรรมดา ประหยัดไฟกว่าในระยะยาวและควบคุมความชื้นได้ดีกว่า ราคาเครื่องสูงกว่าแต่คุ้มถ้าเปิดใช้งานเป็นประจำทุกวัน
ถ้าไม่แน่ใจ ส่งขนาดห้องและรูปห้องมาปรึกษาก่อนได้ เราคำนวณและแนะนำให้ฟรีโดยไม่ต้องซื้อเครื่องกับเราก็ได้